น้ำปัสสาวะ คือ ปุ๋ยชั้นดี


น้ำปัสสาวะ คือ ปุ๋ยชั้นดี
ผมได้อ่านจากหนังสือเกษตรกรรมธรรมชาติ เขียนโดย คร.อานัฐ ตันโช
ผมทำความเข้าใจ แล้วสรุปเขียนมาอีกทีเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ
นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าปัสสาวะคนปรกติไม่มีเชื้อโรคสามารถดื่มได้
พุทธเจ้าท่านสอนมานานแล้วว่าเป็นยานักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเริ่มเข้าใจ
สิ่งต่างๆที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ เช่น สิ่งเล็กๆๆ,นอนตระแคงขวา,น้ำปัสสาวะ
อีกไม่นานน่าจะมีเรื่อง เดินจงกรม(ผมคิดว่าดีที่สุดของการออกกำลังกาย) ,เรื่องผีเปรตว่ามีจริง,นรกสวรรค์มีจริง,การฝึกจิตทำได้จริง
น้ำปัสสาวะมีธาตุอาหารมากมายที่มีประโยชน์ต่อพืช โดยเฉพาะ ไนโตรเจนและฟอสฟอรัส

คนเราจะถ่ายปัสสาวะวันละ1-1.5 ลิตรต่อวัน
ตารางองค์ประกอบของน้ำปัสสาวะของผู้ใหญ่ 1 คนต่อวัน
ยูเรีย(ไนโตรเจน) 6-180 กรัม
ครีเอไทน์(ไนโตรเจน) 0.3-0.8 กรัม
แอมโมเนีย(ไนโตรเจน) 0.4-1.0 กรัม
กรดยูลิค(ไนโตรเจน) 0.008-0.2 กรัม
โซเดียม 2.0-4.0 กรัม
โปแตสเซียม 1.5-2.0 กรัม
แคลเซียม 0.1- 0.3 กรัม
แมกนีเซียม 0.1-0.2 กรัม
คลอไรด์ 4.0-8.0 กรัม
ฟอสเฟต(ฟอสฟอรัส) 0.7-1.6 กรัม
อนินทรีย์ ซัลเฟต(ซัลเฟอร์) 0.6-1.8 กรัม
อินทรีย์ ซัลเฟต(ซัลเฟอร์) 0.006-0.2 กรัม


ธาตุอาหารเหล่านี้สามารถนำไปปลูกพืชผักโดยแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
สรุปว่า น้ำปัสสาวะที่มนุษย์ขับถ่ายและทิ้งในแต่ละวันสามารถตอบสนอง
ต่อความต้องการปุ๋ยในการปลูกพืชของโลกทั้งหมด
โดยธรรมชาติ
-สัตว์กินเนื้อทั้งหลาย ปัสสาวะ เป็นกรดอ่อนๆเลย
-สัตว์กินพืช ทั้งหลาย ปัสสาวะเป็นด่างเลย
- ปัสสาวะของคนเวลาถ่ายใหม่ๆมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆก่อน
แต่พอทิ้งสักพักจะกลายเป็นด่างเพราะแบคทีเรีย ซึ่งเป็นข้อดี
เพราะยูเรียกลายเป็นแอมโมเนียจะอยู่ในรูปพร้อมใช้ได้กับพืช
แต่ข้อเสียมีกลิ่นฉึ่งๆ
โดยปรกติสัตว์ถ่ายลงดิน,ลงน้ำ,บนใบไม้กิ่งไม้แห้ง เป็นการ
เจือจางก่อนที่พืชจะนำไปใช้ ถ้ารดต้นไม้สดๆพืชอาจตายได้
เพราะความเข้มข้นสูง
นึกภาพควายเวลายืนปัสสาวะ
(นานมากยังไม่มีใครจับเวลาแล้วเหม็นมากแสดงว่ามีไนโตรเจนสูง)
ลงบนฟางในนาข้าวคงให้ปุ๋ยยูเรียแก่ดินเพื่อต้นข้าวต่อไปนอกจากมูลของมัน
ปัสสาวะจะเป็นสารประกอบไนโตรเจน เป็น ยูเรีย,ครีเอไทน์,แอมโมเนีย
และกรดยูริค ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในดินเข้ามากินแล้วเปลี่ยน
สารประกอบเหล่านี้เป็นสารประกอบที่พืชต้องการใช้เป็นอาหารได้

แต่ข้อเสียมีกลิ่นฉึ่งๆ
โดยปรกติสัตว์ถ่ายลงดิน,ลงน้ำ,บนใบไม้กิ่งไม้แห้ง เป็นการ
เจือจางก่อนที่พืชจะนำไปใช้ ถ้ารดต้นไม้สดๆพืชอาจตายได้
เพราะความเข้มข้นสูงนึกภาพควายเวลายืนปัสสาวะ
(นานมากยังไม่มีใครจับเวลาแล้วเหม็นมากแสดงว่ามีไนโตรเจนสูง)
ลงบนฟางในนาข้าวคงให้ปุ๋ยยูเรียแก่ดินเพื่อต้นข้าวต่อไปนอกจากมูลของมัน
ปัสสาวะจะเป็นสารประกอบไนโตรเจน เป็น ยูเรีย,ครีเอไทน์,แอมโมเนีย
และกรดยูริค ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในดินเข้ามากินแล้วเปลี่ยน
สารประกอบเหล่านี้เป็นสารประกอบที่พืชต้องการใช้เป็นอาหารได้
เราเรียกว่า “วงจรไนโตรเจน” (NITROGEN CYCLE)

จุลินทรีย์ในดินมีมากแต่ที่พบมี แบคทีเรีย 2 ตัวคือ
-ไนโตรแบคเตอร์ (Nitrobacter)
-ไนโตรโซโมนาส(Nitrosomonas)

ปรกติ ปัสสาวะ จะมีไนโตรเจน ในรูป ยูเรีย แล้วเปลี่ยนเป็น แอมโมเนีย(NH3)
อย่างรวดเร็วในสภาพดินที่มีอากาศเกิดกระบวนการณ์ออกซิไดซ์ เรียกว่า
“NITRIFICATION” คือ

ยูเรียและแอมโมเนีย----------------->ไนไตรท์(NO2) โดย ไนโตรโซโมนาส
ไนไตรท์(NO2)---------------------->สารประกอบไนเตรท(NO3)โดย ไนโตรแบคเตอร

ซึ่งสารประกอบอนินทรีย์ไนเตรทจะเป็นอาหารของพืชจะถูกสังเคราะห์
โดยขบวนการสังเคราะห์แสงเป็นสารประกอบอินทรีย์ไนโตรเจน
เช่น กรดอะมิโน และโปรตีนของพืชต่อไป

เมื่อพืชถูกกินจากสัตว์ก็นำกรดอะนิโมไปสร้างโปรตีนของสัตว์ต่อไป

ส่วนที่ไม่ได้ใช้จะถูกขับถ่ายออกมา

แต่การที่แบคทีเรียนำยูเรียและแอมโมเนียมาเป็นอาหารเพื่อเพิ่มจำนวนนั้น

ต้องอาศัยธาตุคาร์บอนด้วยเพื่อสร้างผนังเซลล์และเอนไซม์

ถ้าคาร์บอนไม่พอจะทำให้ยูเรียและแอมโมเนียเหลือ

ซึ่งสัดส่วน คือ คาร์บอนต่อไนโตรเจนหรือ C:N = 25:1
แต่ในปัสสาวะมี คาร์บอนต่อไนโตรเจน หรือ C:N =0.8:1
แหล่งคาร์บอนที่สำคัญ คือ ใบไม้แห้ง ,กิ่งไม้

นี่คือการรังสรรค์จากธรรมชาติเพื่อย่อยใบไม้กิ่งไม้ให้เข้าระบบธรรมชาติ

ที่มิให้ศูนย์เปล่าทุกอย่างมีค่าทั้งหมด
การนำปัสสาวะมาใช้ประโยชน์เราเติมคาร์บอนไปด้วยให้ได้ 25:1
อาจใช้ใบไม้แห้ง,ขี่เลื่อย,เศษกระดาษและน้ำตาล

น้ำตาลเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีคาร์บอนมาก

ใช้อัตรส่วน น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วยต่อน้ำปัสสาวะ1-1.5
ลิตร

หมักในที่มีอากาศก็จะได้ไนเตรทที่เป็นประโยชน์กับพืช

วิธีการใช้น้ำปัสสาวะมาเป็นปุ๋ย

1.เจือจางด้วยน้ำใช้รดพืช
นำน้ำปัสสาวะ 1 ส่วน ต่อน้ำ 8 ส่วนแล้วรดลงบนดิน รอบๆพุ่มไม้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
ถ้าหากจะรดปัสสาวะ100%เลยผิวดินควรมีเศษไม้ใบไม้หนาอย่างน้อย 3 นิ้ว

2.ผสมกับน้ำทิ้งในครัวเรือน

น้ำทิ้งจากครัวเรือน น้ำอาบจากสบู่แชมพู,น้ำล้างจาน,น้ำซักผ้า จะมีคาร์บอนสูงส่งไปตามท่อที่มีการเติมอากาศไปยังแปลงผักจุลินทรีย์ในดินจะเปลี่ยนน้ำปัสสาวะ>>
ไปเป็นอาหารพืชได้

3.หมักน้ำปัสสาวะ

น้ำตาลเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีคาร์บอนมาก.ในปริมาณน้อยๆ
ใช้น้ำปัสสาวะ 1 ลิตรผสมน้ำตาล 1/3 ถ้วย
ใส่ในท่อหรือภาชนะทรงสูงประมาณ 10 นิ้วแล้วเติมถ่าน,ขี้เลื่อย
เศษกระดาษ หรือทรายหยาบ หมัก เมื่อนำไปใช้เจือจางด้วยน้ำ
ไปรดต้นไม้

4.นำน้ำปัสสาวะเทใส่ถังหมักปุ๋ยที่ใช้พวกเศษไม้กิ่งผลต่างๆ

จะช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุเหล่านี้ให้เป็นปุ๋ยหมักได้เร็วขึ้น
การใช้น้ำปัสสาวะให้ปลอดภัยต้องได้จากคนไม่เป็นโรคถ้าให้ดีเก็บไว้นาน 6 เดือนก่อนนำไปใช้รดลงดินจุลินทรีย์ในดินจะทำลายเชื้อโรค
ข้อมูลการทดลองใช้ต่างๆจากต่างประเทศ

*การวิจัยจากสถาบันวิจัยต่างๆในหลายประเทศยืนยันว่าปลอดภัย

ปราศจากเชื้อโรคสามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยปลูกพืชเป็นอาหารคนได้
*ในสวีเดนการประปานำมาปลูกธัญพืช
*เม็กซิโกรวบรวมจากหลายสถานที่ใส่เก็บไว้หลายสัปดาห์
นำไปปลูกข้าวโพด,ข้าวสาลี,ข้าวโอ๊ต ได้ผลดี
*องค์การนาซ่า ปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิคได้ผลดีเยี่ยม
*มหาวิทยาลัยสวีเดนรายงานว่าน้ำปัสสาวะผู้ใหญ่1คน
สามารถเป็นปุ๋ยเพียงพอต่อการปลูกพืชผักเลี้ยงตัวเอง
ได้50-100 %เลยทีเดียว

ที่มา: http://board.palungjit.com



เปิดอ่าน 4925 ครั้ง
ผู้เขียน อมเรศ วันที่ 2009-08-27 23:37:27